1 Litre no Namida (1リットルの涙)

posted on 05 Sep 2008 16:27 by shiaya  in Writing

1 Litre of Tear...
หรือ น้ำตาหนึ่งลิตร

 


.....


ชีวิตของฉัน... มุมมองความคิดทั้งหมดของฉัน
ได้เปลี่ยนแปลงไป...

เพราะเพียงแค่
หนังเรื่องหนึ่ง.. เรื่องจริงเรื่องหนึ่ง
ของเด็กผู้หญิงคนเดียว
บนโลกใบนี้...

. . .

หากจะย้อนกลับไปตัวฉันนั้นเป็นคนที่รัก ..สิ่งที่เรียกว่าความรู้สึก.. มาแต่ไหนแต่ไร
รักทุกอย่างที่เกี่ยวกับความรู้สึกและมีตวามสุขเมื่อได้ถ่ายทอดมันออกมา
ไ้ม่ว่าด้วยวิธีใด.. แม้มันอาจจะเป็นความสุขอันเล็กน้อย

มันก็ทำให้ฉันยิ้มได้ตลอดมา...


ฉันเติบโตขึ้น..
ก้าวผ่านปัญหาที่หลากหลาย
เก็บเกี่ยวความทรงจำทั้งสุขและเศร้า..
ปะปนกันไป เหมือนๆ กับทุกคน

ส่วนใหญ่ฉันนั้นเป็นคนที่อ่อนแอ
ร้องไห้อยู่เสมอ ขี้แงอยู่หลายครั้ง
แต่บางครั้งฉันก็พยายามที่เข้มแข็งขึ้นมา
ด้วยการใส่ใจกับความรู้สึกทั้งหลาย ด้วยความละเอียดอ่อนเท่าที่มี
ฉันจึงได้ค้นพบบางอย่าง ...ที่มันแสนลึกซึ้งและพิเศษกว่าอะไร


ความรู้สึกแบบนั้นที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัสเช่นกัน
ก็เคยคิดบ้างว่าอาจจะมีคนที่เข้าใจและได้รู้สึกเหมือนที่ฉันเคยรู้สึก

 
แต่ไม่ว่าอย่างไร แค่เห็นมุมมองที่สวยงามนั้น ฉันคิดว่าไม่พอเมื่ออยู่ในสังคมจริง
เวลาชีวิตหมุนไปข้างหน้า มีทางเดินที่ต้องผ่านเส้นทางแห่งความลำบาก
ให้ฉันท้อถอยและล้มให้กับอุปสรรค
จนอาจจะืลืมไป ว่ายังมีอะไรอีกมากที่ฉันเคยรู้..


แ้ล้ววันนึง ในวันที่ฉันต้องฝ่าฟันความปวดร้าวที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน
น้ำตาที่ไหลไม่รู้จักหมด...

"เอาไปดูสิ"
เพื่อนคนนั้น ฉันต้องขอบคุณเค้า
ที่ได้หยิบยื่นบางสิ่งที่ ซึ่งสำคัญที่สุดให้แก่ฉัน

เมื่อนำกลับมาดูที่บ้าน...
ฉันก็ได้ค้นพบกับโลกที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

หนังละครญี่ปุ่นเรื่องหนึ่ง..ที่เล่าเรื่องราวชีวิตจริง
เรื่องราวของเด็กผู้หญิงซึ่งเป็นโรคร้ายอย่างไร้สาเหตุ
ทำลายความสุขของการใช้ชีวิตประจำวันของเธอไปทีละนิด
ด้วยอาการป่วยทางเซลล์สมอง ที่ำทำให้สูญเสียการควบคุมร่างกายไปทีละนิด
จากที่เดินได้ ก็จะเดินไม่ได้ จากที่พูดได้ก็จะพูดไม่ได้ จากที่เคยทำอะไรๆได้
ก็จะค่อยๆ ทำไม่ได้ไปทีละอย่าง......
โรคร้ายที่มีชื่อว่า  " Spinocerebellar ataxia"
หนทางการรักษามีทางเดียวคือการชะลอ เพื่อให้เสียชีวิตช้าที่สุดเท่านั้น

เด็กผู้หญิงคนนี้มีชื่อว่า
" Aya Kito "
เธอมีครอบครัวที่แสนอบอุ่นและชีวิตที่แสนสดใส
เป็นเด็กผู้หญิงที่ยิ้มเก่งและขยันขันแข็ง
มีน้ำใจต่อทุกคน มองโลกในแง่ดีเสมอ

แต่เธอกลับต้องเป็นผู้ที่มาเป็นโรคร้ายนี้
โรคที่ไม่มีหนทางแห่งการรักษาให้หายได้

....แม้จะลำบากแค่ไหน
น้ำตาแห่งความทรมาณใจและกายที่ไม่เคยหยุด
สิ่งที่อยากทำก็ทำไม่ได้เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา
ความฝันที่พังลงไปทีละอย่าง โดยไม่มีวันหวนคืน....

การเริ่มมีอาการของเธอในวัย 15 ปี
เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความเจ็บปวดทั้งหมด
อาการเดินโซเซและทรงตัวได้ไม่ดี
เมื่อหยิบจับอะไรก็คลาดเคลื่อน
และการหกล้มที่ไม่เอามือมายันพื้นไว้ตามธรรมชาติ

ด้วยความดูแลของคุณแม่ของอายะ "Shiori Kito"
จึงตัดสินใจพาลูกของตนไปตรวจเพื่อเข้ารับการรักษา
และกว่าทั้งตัวอายะและแม่ของเธอ รวมทั้งทุกคนในครอบครัว
จะยอมรับถึงโรคร้ายได้นั่นมันก็แย่มากพอแล้ว
แต่สำหรับอายะซึ่งกำลังเป็นวัยรุ่นที่สมบูรณ์แบบมันเลวร้ายกว่าที่คิดมาก
เธอต้องโดนไล่ออกจาก โรงเรียนมัธยมปลายที่เธอรักที่สุด

เพราะอาการของเธอนั่นเริ่มแย่ลง ทำให้ทุกคนเริ่มลำบาก
แม้ว่าเธอจะตั้งใจ และการเดินเริ่มลำบากมากขึ้น แม้แต่การเขียนหรือพูดก็เช่นกัน
สุดท้ายแล้วก็เหมือนเธอไม่เหลือใคร นอกจากคนในครอบครัวเพียงเท่านั้น

เธอต้องออกจากโรงเรียนพร้อมทั้งล้มเลิกความฝันที่เคยมี
เพื่อเข้าเรียน มัธยมปีที่ 5 ต่อที่โรงเรียนสงเคราะห์ เฉพาะทางให้กับผู้พิการ

เป็นการตัดสินของโรคร้าย
ให้เธอเดินออกจากสังคมปกติ และมีกำแพงสูงกั้นขวางระหว่างอายะกับคนปกติทั่วไป
กว่าเธอจะยอมรับได้นั้น...

เธอก็เสียน้ำตาไปกว่าหนึ่งลิตรแล้ว
และนี่ก็เป็นที่มาของชื่อเรื่อง

กว่าเธอจะเข้มแข็งขึ้นมาได้ขนาดนี้และยอมรับความจริงของตัวเธอเองได้
ในฐานะคนพิการที่ทำอะไรเองไม่ได้
ซึ่งเมื่อเวลาผ่านการเดินของเธอก็สูญเสียการเดินไป
แต่เธอก็ยังจะพยายามอดทน ให้กำลังใจตนเอง
ฝืนกล้ำกลืนความรวดร้าวเพื่อที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยขาของตัวเอง
สู้กับตัวเธอและสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

อายะทำให้ทุกคนมีความสุขได้
แม้ว่าตัวเธอเองจะรู้สึกว่าเธอต้องพึ่งพาคนอื่นและทำให้คนอื่นลำบากขนาดไหน
เธอมีแต่คำว่า " ขอโทษ " และ " ขอบคุณ "

ชีวิตของอายะต้องผ่านพ้นความทุกข์นานาๆ นับไม่ถ้วน
ที่อย่างฉันแค่คนธรรมดา ไม่มีทางเข้าใจได้เลย

อายะพยายามจนวินาทีของลมหายใจสุดท้าย
คำพูดและเรื่องราวของเธอถูกจดบันทึกเอาไว้ใน ไดอารี่ 46 เล่ม
ทั้งที่เธอน่าจะขีดเขียนประสบการณ์แห่งความสูญเสียเอาไว้มากมาย
ในบันทึกกลับมีแต่มุมมองที่สวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ
เธอเก็บทุกสิ่งที่ละเอียดอ่อนรอบตัวของเธอและคนอื่น
ธรรมชาติและคนรอบข้างที่อยู่เคียงข้างเรา
สิ่งเหล่านี้แสนธรรมดาและดูไม่มีความหมายอะไร

แต่สำหรับอายะ..
สิ่งที่เล็กน้อยและไม่มีอะไรเหล่านั้นกลับสวยงามมากเหลือเกิน
สิ่งที่ทุกคนมองข้ามไปและไม่เคยรับรู้ว่ามันมีอยู่
อายะได้มองเห็นสิ่งนั้นทั้งหมด

เธอกลับกลายเป็นกำลังใจให้สำหรับทุกคน
ความสัมพันธ์ของความรักจากแม่และพ่อ พี่น้อง คุณหมอที่รักษารวมถึงทุกคนที่รู้จักเธอ
เป็นความรู้สึกที่อบอุ่นและตราตรึงอยู่ในใจมิอาจล้มเลือน

...

อายะมีอายุได้เพียง 25 ปีกับ 10 เดือน
เธอจากไปในขณะที่ร่างกายนั้นเป็นอัมพาตทั้งหมด
สายตาเธอก็คงมองไม่เห็นอะไรเพราะเส้นสูญเสียเส้นประสาททั้งหมดไป
เธอได้แค่นอนนิ่งราวกับไม่มีชีวิต
ทั้งที่สมองของเธอและใจของเธอยังเหมือนเดิมเสมอ ไม่ต่างอะไรกับตอนที่เธอยังแข็งแรงดี

อายะอดทน อ่อนแอแค่ไหนก็พยายาม ร้องไห้แค่ไหนก็ยังยิ้มได้
เรื่องราวของอายะ ที่ฉันได้ดูผ่านหนังละครร่วม 12 ตอน
หลังจากนั้นมาจึงได้อ่านหนังสือและดูหนังอีกเรื่องที่ทำเพื่อฉายเข้าโรงหนัง

ไม่ใช่แค่เพียงรอบตัวเธอ ทว่าแม้แต่คนอย่างฉันที่อยู่ไกลแสนไกลจากชีวิตเธอ
ก็ได้รับในสิ่งที่เธอมอบให้...

มันเปลี่ยนชีวิตฉัน เปลี่ยนทุกอย่างในตัวฉันทันที

นอกจากนั้นแล้วความคิดที่มีส่วนคล้ายคลึงกันระหว่างอายะกับฉัน
ตัวฉันที่ฉันได้ลืมตัวทิ้งมันไปหลายครั้ง ได้ถูกนำกลับมาเพราะเรื่องราวของอายะ
ฉันเห็นแล้วนะ สิ่งเหล่านั้นที่เธอว่ามันงดงาม.....
แม้ว่ามันจะไม่เป็นแค่เรื่องธรรมดา ที่แสนจะปกติ
แต่ก็นั้นแหละ คือสิ่งที่มีความสุขที่สุดในการมีชีวิตอยู่

...แค่การมีชีวิตอยู่...

ฉันละอายใจกับตัวเองที่ปล่อยให้ตัวเองโง่งม เศร้าโศกอยู่กับสิ่งไร้สาระ
หากเทียบกับอายะแล้วฉันเป็นแค่ยอดดอกหญ้าต้นเดียว จากป่าทั้งป่า

อายะใช้ความพยายามเขียนไดอารี่ออกมา
ในคำสุดท้ายที่แทบจะอ่านไม่ออก ที่เธอเขียนว่า
" ขอบคุืณทุกคนมาก "
ที่จริงแล้วนั่นควรจะเป็นคำพูดของทุกคนมากกว่าที่อยากจะขอบคุณเธอ

ในช่วงบั้นปลายชีวิตของอายะคุณแม่ของเธอได้นำไดอารี่ทั้งหมด
มารวบรวมและพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือเพื่อจะได้เป็นกำลังใจให้กับทุกคน
หนังสือเล่มนี้ถูกพิมพ์ซ้ำอย่างนับไม่ถ้วนเป็นล้านเล่ม

ฉันเองก็มีโอกาสได้อ่านเพราะในที่สุดก็ได้มีการตีพิมพ์ในฉบับภาษาไทยเป็นครั้งแรก
หลังจากรอมานาน เพราะยังไม่มีความสามารถพอที่จะอ่านในฉบับภาษาญี่ปุ่น

หนังสือ " บันทึกน้ำตา 1 ลิตร " ของสำนักพิมพ์ " Siam inter books "
ราคาเพียงแค่ 170 บาท แต่คุณค่าของมันมหาศาลเกินกว่าจะตีค่าได้
เพราะแม้ว่าฉันจะได้ดูเรื่องราวของอายะในหนังแล้วก็ตาม
คำพูดของเธอ จากใจของเธอที่แท้จริง..ที่เธอเขียนเอาไว้ต่างหาก
คือสิ่งที่ชัดเจนที่สุด...

ไม่ต่างอะไรกับได้คุยกับเธอ ได้ฟังเธอพูดและเล่าทุกอย่างให้ฉันฟังอยู่ตรงหน้าเลย...

ฉันไม่อาจจะเล่าความรู้สึกทั้งหมดที่อยู่ในเรื่องราวของอายะให้ทุกคนฟังได้
นอกเสียจากจะได้รับรู้เรื่องราวของอายะด้วยตนเองเท่านั้น
หลายสิ่งหลายอย่างเกินที่จะกล่าวออกมาเป็นคำพูด
สิ่งนั้นต้องสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้น..

แล้วก็จะรู้ว่าทำไมฉันถึงได้เปลี่ยนไป
ทำไมอายะถึงเป็นที่รักของทุกคน
ทำไมอายะถึงเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนที่่ได้รับรู้เรื่องของเธอ

ฉันคนนึงที่่ได้เสียน้ำตาให้กับเรื่องนี้...
....อย่างสาหัสเลยทีเดียว
แต่นั่นไม่ใช่น้ำตาแห่งความสงสารหรือเสียใจ
เป็นน้ำตาแห่งความเข้าใจและสุขใจที่ฉันได้รับรู้เรื่องของเด็กผุ้หญิงคนนึง
ที่สุดท้ายแล้วความหวังของเธอที่จะทำเพื่อคนอื่นก็เป็นจริง

นี่ไง..อายะ เธอได้มอบสิ่งวิเศษกว่าอะไรบนโลกใบนี้ให้ฉัน

ขอบคุณมากนะ...

 

และสำหรับคนที่ได้อ่านความรู้สึกของฉันที่มีให้กับอายะ
เรื่องราวของ น้ำตาหนึ่งลิตร...
อย่าลืมไปทำให้ความฝันของอายะเป็นจริงกันนะ

แล้วจะรู้ว่า...

แค่การมีชีวิตอยู่ มันก็เป็นความสุขที่สุดแล้ว...




- - - - - - -

 1 Litre no Namida
(1リットルの涙 1 Rittoru no Namida,
"1 Litre of Tears" A Diary with Tears  หรือ A Diary of Tears

Kito Aya (木藤亜也)

July 19, 1962 - May 23, 1988
ครอบครัวของอายะประกอบด้วย
คุณพ่อ คุณแม่ อายะเป็นพี่สาวคนโต น้องสาวอาโกะ น้องชายฮิโรกิ และน้องสาวคนเล็ก ริคุ
(ที่จริงยังมีน้องชายอีกคนแต่ไม่มีรายละเอียดที่กล่้าวถึงชัดเจนในหนังสือ รวมทั้งไม่มีบทในหนังด้วย)

 ภาพของอายะ


 

อายะอายะ 15 ปี ที่ยังมีรอยยิ้มสดใส
อาการของเธอพึ่งเริ่มต้นแต่ก็สามารถดูได้ชัดเจนแล้วว่าเธอไม่สบายอยู่

 - - -

อายะวัย 18 ปีที่หลังจากต้องออกจากโรงเรียนมัธยมรัฐบาลที่เธอรัก
เธออยากให้มีเพื่อนสักคนพูดกับเธอว่า "อย่าไปเลยนะ อายะจัง..."
แต่ก็ไม่มีใครพูดกับแบบนั้นสักคำเดียว
เมื่อเธอได้เข้าไปเรียนที่โรงเรียนสงเคราะห์สำหรับคนพิการ
เธอก็พยายามอยู่เสมอและยังมีรอยยิ้มอย่างในภาพ

- - -

http://myhero.com/images/guest/g25825/hero24262/g25825_u23174_1_LITER_.JPG

 อายะพยายามอยู่เสมอ..
ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีวันยอมแพ้

- - -

http://byfiles.storage.msn.com/x1pPHu2K6HCG6qpQJDRxbGo6XCV3C34Cd_df5cM61-y2DyXp5UJFksriuE9caoAHZAs293TNxjlqaj9YoSlDF9AnS4xujocUkYP6Oy1OuGbaohjWBgBpcjTmg

 อายะที่กำลังพยายามจะลุกขึ้นมาอีกครั้ง

- - -


อายะวัย 23 ปีที่อาการของเธอแย่มากแล้ว
เธอทำอะไรไม่ได้นอกจากพยายามคุยกับแม่ของเธอ
ด้วยแผ่นตัวอักษรที่เธอทำขึ้นมาด้วยตัวเอง

- - -


สมุดไดอารี่ที่เธอใช้จด 46 เล่ม
น้ำตาของเธอคงเคยหยดลงบนสมุดเหล่านั้น..
อย่างนับครั้งไม่ถ้วน


- - -

หนังละครญี่ปุ่น (TV Series) ที่ฉันได้ดูเป็นครั้งแรกเมื่อสองปีก่อน

 นำแสดงโดย

Erika Sawajiri
เล่นเป็น Aya Ikeuchi (ซึ่งก็คืออายะนั่นเอง)

Hiroko Yakushimaru
เล่นเป็น Shioka Ikeuchi (หรือแม่ของอายะ)

 ภาพของเอริกะที่ได้ไปถ่ายรูปร่วมกับคุณแม่ชิโอริ ที่เป็นแม่ของอายะตัวจริง


 

ต่อมาคือหนังภาพยนต์ที่สร้างก่อนละครเรื่องแรกที่ฉันได้ดู
พึ่งได้ดูเมื่อคืนนี้เอง  (5 Sep. 2008)



นำแสดงโดย

Asae Onishi

รับบทเป็น Aya Kito

โดยส่วนตัวแล้วชอบหนังที่ทำเป็นภาพยนต์มากกว่าละครนะ
เพราะความรู้สึกที่เหมือนจริง...
คำพูดและทุกอย่างถูกนำมาทำ โดยผ่านจากไดอารี่ของอายะ
ท้องฟ้าและมุมมองที่อายะเห็นนั้นก็แค่เป็นอะไรที่ธรรมดา
ไม่ต่างอะไรกับที่พวกเราเห็นกัน หรือต้องใช้ฟิลเตอร์แต่งภาพให้สวยเกินจริง
ทว่าเป็นหัวใจของเธอต่างหาก..ที่งดงาม และมองสิ่งธรรมดาให้งดงามขึ้นมา

นอกจากนี้ภาพยนต์เรื่องนี้ยังใช้นำฉาย
ในเครื่องบินที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง
เพื่อให้ผู้ที่เดินทางเข้าไปญี่ปุ่นได้รับรู้เรื่องราวของอายะ

 

...

หนังสือที่รวบรวมโดยแม่ของอายะ
ที่อ่านไดอารี่ของอายะทุกเล่มและทำออกมา
เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทุกคน

 

หลังจากอายะได้เสียไป
คุณแม่ชิโอริ แม่ของอายะก็ยังมีเขียนหนังสือขึ้นมาอีก
เพื่อเขียนให้แก่ลูกสาวของเธอที่จากไป..

- - -

 
สำหรับเพลงประกอบ

เพลงแรก

" Only Human "

โดย K

(Click ขวา Save link as ได้เลยค่ะ)

เป็นเพลงประกอบหนังละคร


ส่วนอีกเพลงคือ

" The Sky " (Sora e)
โดย Kato Ikuko

(Click ขวา Save link as ได้เลยนะคะ)

ที่ใช้ประกอบหนังภาพยนต์


เพราะทั้งสองเพลง
แต่ถ้าถามว่าชอบอะไรมากกว่ากัน
ชอบเพลงที่ใช้ประกอบหนังภาพยนต์มากกว่าเช่นเดียวกับที่ชอบเรื่อง
เพราะว่าสื่อความเป็นอายะชัดเจนที่สุด

- - -


Title : " 空へ "

Artist : Kato Ikuko
(1 Litre no Namida (1リットルの涙 1 Rittoru no Namida)



まぶしい緑が
輝いていたあの日
やさしい夕焼け空
ヒコーキ雲追いかけた
人は何処から来て
何処に行くのでしょう
誰も答え知らないまま
歩いてくだけですか?
愛してるそれだけ
空に届くように
愛されるこころに
触れるだけでいい

楽しい時間は
すぐに終わる気がする
悲しい出来事は
永遠に思えるよ
すべてを生きること
誰のせいでもない
限られてる時間のなか
たったひとつのために
愛してるそれだけ見つける
それが証し
愛されるこころが
近くにあればいい
愛してるそれだけ
空に届くように
愛されるこころに
触れるだけでいい

 


edit @ 5 Sep 2008 20:07:49 by . Shiaya ☆ 志彩 .

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เศร้าเกิ๊น - -''

น่าสงสารอ่ะ เป็นหนังที่ดี อยากดูจัง
ว่างๆจะไปหาดู หนังสือด้วย ^^:

#1 By Somz (58.8.165.12) on 2008-09-05 19:52

เดี๋ยวไปหาหนังสือมาอ่านบ้างดีกว่า
เป็นเรื่องที่ปวดใจแทน แต่ก็เห็นถึงความเข้มแข็งของเธอจริงๆ

ตามที่เจ้าของบล็อกบอกแหละครับ
คนธรรมดาอย่างพวกเราโชคดีแค่ไหนแล้ว
ดังนั้นเราก็ต้องพยายามกับชีวิตต่อไปเนอะ

#2 By โคค่อน on 2008-09-05 20:19

น่าสงสารมาก
ไม่กล้าดูจนจบกลัวร้องไห้โฮ
ขอบคุณที่เอามาให้ยืมนะ dvd เรื่องนี้ big smile
เวลาเหนื่อยๆพอนึกถึงเรื่องนี้แล้วทำให้
มีแรงผลักดันให้สุ้ต่อจริงๆ

#3 By Shizuma †he Chevalier ☆ on 2008-09-05 20:48

so sad but it was true
we have to be glad that we're still alive....at least our body are so strong T^T
กลับไปจะไปหามาอ่าน
ตอนนั้นจำได้ ที่ดูเรื่องนี่ เป็นช่วงที่ทำทีซีสกัน
มันสร้างกำลังใจให้ได้มากเลย อย่างน้อยก็ตอนนั้น

#4 By oil (210.49.166.19) on 2008-09-05 20:54

แค่อ่านบลอกของมิ้น พี่ก็ร้องไห้ตามแล้วอะ

ถ้าอ่านหนังสือ หรือดูหนัง คงเสียน้ำตาสักลิตรนึงจริงๆด้วย

ทำให้นึกถึงหนังสือเรื่อง Tuesdays with Morrie เนื้อเรื่องคล้ายๆกัน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้ชายที่เคยเป็นอาจารย์สอนคน เป็นคนแก่ มุมมองของเขา ให้กำลังใจคนมากมาย

สู้ต่อไปนะมิ้น พี่เป็นกำลังใจให้เสมอ

#5 By พี่ซี (91.106.185.247) on 2008-09-05 23:11